ReadyPlanet.com
dot dot
bulletใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว
dot
ความร่ำรวยด้านอารยธรรมของอิหร่าน
dot
bulletลักษณะโดยทั่วไปของอิหร่าน
bulletเมืองที่น่าท่องเที่ยวของอิหร่าน
bulletภูมิอาอากาศประเทศอิหร่าน
bulletอาหารและเครื่องดื่มของอิหร่าน
bulletข้อมูลประเทศตุรกี
dot
ต้องการรับข้อมูลข่าวสารของบริษัทฯ

dot




ข้อมูลประเทศตุรกี

 

รู้จักตุรกี

          ตุรกี ดินแดนที่กวีเอกโฮเมอร์ (Homer) รจนามหากาพย์อีเลียด (Iliad) ตามแรงบันดาลใจเมื่อได้เห็นฝั่งทะเลอีเจียน ดินแดนที่มาร์ก แอนโทนี่ และคลีโอพัตราเลือกมาฉลองความหวานชื่นแห่งน้ำผึ้งพระจันทร์ ดินแดนแห่งสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ เช่น สุสานเมืองฮาลิคาร์นัสซุส (Mausoleum in Halicarnassus) และวิหารเทพีอาร์ทีสในเอเฟซุส สัมผัสทะเลงดงามที่เทพีวีนัสเคยสรงสนาน และเพลิดเพลินไปในดินแดนที่เทพสุริยะให้สมญานามว่า อนาโตเลีย (Anatolia)

ภูมิศาสตร์

          ตุรกีมีเนื้อที่ทั้งประเทศประมาณ 780,695 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ เอเซีย และยุโรป ส่วนที่อยู่ในเอเซีย 97% เรียกว่า อนาโตเลีย (Anatolia) ภาษาตุรกี เรียกว่า อนาโดหลุ (Anadolu) และ 3% อยู่ในยุโรป เรียกว่า เทรซ (Thrace) พรมแดนด้านยุโรปติดกับกรีซและบัลแกเรีย ด้านเอเซียติดกับประเทศจอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจัน อิหร่าน อิกรัก และซีเรีย มีทะเลล้อมรอบ 3 ด้าน คือ ทะเลดำทางทิศเหนือ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางทิศใต้ และทะเลอีเจียนทางทิศตะวันตก

ภูมิอากาศ

          อากาศร้อนในภูมภาคทะเลดำ มีอากาศแบบภาคพื้นทวีปในพื้นที่ตอนใน และแบบเมดิเตอร์เรเนียนตามชายฝั่งทะเลภาคใต้

ช่วงเวลาซึ่งเหมาะแก่การไปเยี่ยมเยือน 

          เนื่องจากตุรกีก็มีอาณาเขตกว้างขวางมาก ประกอบกับมี 4 ฤดู ภูมิอากาศเขตต่าง ๆ ในแต่ละช่วงเวลาของปีจึงมีความแตกต่างมาก ขณะที่บางเขตเป็นฤดูร้อน (ร้อนไม่แพ้เมืองไทย) บางแคว้นอาจมีหิมะปกคลุมอยู่ ช่วงเวลาที่อากาศร้อน ได้แก่ เดือนมิถุนายน-กันยายน (ร้อนมากที่สุดคือ เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม) เดือนที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวคือ เดือนเมษายน-พฤษภาคม และเดือนกันยายน-ตุลาคม ส่วนการเล่นสกีในฤดูหนาว คือเดือนธันวาคม-มีนาคม

ประชากร

          จำนวนประชากรทั้งหมดประมาณ 69,660,559 คน (เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2005) ส่วนใหญ่เป็นชาวเติร์ก (85%) และเคิร์ด (15%) นอกจากนั้นเป็นชนกลุ่มน้อยเชื้อสายลาซ เฮมซิน อาหรับ ยิว กรีก และอาร์เมเนียน ประชากรกว่าครึ่ง (59%) อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่โดยเรียงตามลำดับ ดังนี้ อิสตันบูล (Istanblu) อังการา (Ankara) อิสมีร์ (Izmir) อาดานา (Adana) คอนยา (Konya) บูร์ซา (Bursa) และอันตาเลีย (Antalya) ประชากร 99% นับถือศาสนาอิสลาม ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์และยิว

การเมืองการปกครอง

ระบบการเมือง  เป็นแบบสาธารณรัฐ ที่แยกศาสนาออกจากการเมือง (Seclar State) มีการปกครองแบบรัฐสภา (Republican Parliamentary Democracy) โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล

ประมุข ประธานาธิบดีเป็นประมุขมาจากการเลือกตั้งของสภาแห่งชาติ (Grand National Assembly) ดำรงตำแหน่งวาระละ 7 ปี

นายกรัฐมนตรี  มาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี

สถาบันทางการเมือง  สภาแห่งชาติเป็นสภาเดียว มีสมาชิกจำนวน 550 คน การเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติกระทำทุก 5 ปี

เมืองหลวง อิสตันบูลเป็นศูนย์กลางจักวรรดิ์ไลแซนไทน์ และเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิ์ออตโตมัน จวบขนตุรกีเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ (สาธารณรัฐตุรกี-Reoyblic of Turkey) จึงได้ย้ายนครหลวงมาที่อังการา (Ankara)

การปกครอง  ประเทศตุรกีแบ่งออกเป็นแคว้น (Regions) โดยแคว้นของตุรกีเรียกตามทะเลที่อยู่ใกล้ หรือเขตอารยธรรม ได้แก อีเจียน (Aegean) เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean) ทะเลดำ (Black Sea) มาร์มารา (Marmara) อนาโตเลียกลาง (Central Anatolia หรือ Anatolian Plateau) อนาโตเลียตะวันออก (Eastern Anatolia) และอนาโตเลียใต้ (Soutern Anatolia) แยกออกได้เป็น 81 จังหวัด

ภาษา

ภาษาราชการ คือ ภาษาตุรกี (Turkish) ภาษาอื่นที่ใช้ในประเทศ ได้แก่ เคิร์ด (Kurdish) และอารบิก (Arabic)

เศรษฐกิจ

          ตุรกีเป็นประเทศเกษตรกรรม สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อการเลี้ยงคนในประเทศ ผลผลิตที่สำคัญของประเทศ คือ มะกอก ฝ้าย ใบชา ยาสูบ (สัมผัสได้จากแผงทั่วไปที่ขายบุหรี่ราว 30-40 ยี่ห้อ และกลิ่นควันจากการสูบ) ผลไม้ ผัก ปลา ปศุสัตว์ และยังมีการทำเหมืองแร่ ตลอดจนอุตสาหกรรมหนักบางประเภทซึ่งจะไม่กล่าวถึงในที่นี้ ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญ คือ ฝ้าย ขนสัตว์ ยาสูบ ลูกเกด แร่โครเมียม แมงกานีส และอะไหล่ยนต์ เป็นต้น

หน่วยเงินและอัตราแลกเปลี่ยน

          เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2005 ตุรกีเปลี่ยนจากเงินสกุลลีร่าเดิม (Turkish Lira-TRL) เป็นเงินลีร่าใหม่ New Turkish Lira (TRY) โดยตัดเลข 0 ออก 6 หลัก และมีสกุลเงินย่อยเป็น New Kurus หรือ New หรือ New Kurush (YKr) เช่น เงิน 123,625,000 TRL จะกลายเป็น 123.63 TRY

          ธนบัตรที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ 100, 50, 20, 10, 5 และ 1 นิวลีร่า ส่วนเหรียญ ได้แก่  1 นิวลีร่า, 50, 25, 10, 5 และ 1 New Kurus

          สกุลเงินที่นิยมแลกเปลี่ยนในตุรกี คือ เหรียญสหรัฐ (USD) และยูโร (EUR)

          อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน คือ 1 เหรียญสหรัฐ (USD) = 1.416 นิวลีร่า = 35.502 บาท หรือ 1 นิวลีร่า = 25.055 บาท 

          บัตรเครดิต วีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ได้รับความนิยมมากที่สุด

เวลา

          เวลาของตุรกีเทียบกับ GMT (Greenwich Mean Time) คือ

          GMT+3 ช่วงเดือนเมษายน-กันยายน (ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง)

          GMT+2 ช่วงเดือนตุลาคม-มีนาคม (ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง)

ไฟฟ้า

          220 โวลต์ ปลั๊กแบบเขี้ยวกลม 2 เขี้ยว

โทรศัพท์

          รหัสโทรศัพท์ของประเทศตุรกี คือ 90 รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศ คือ 00 ตัวอย่างการโทรศัพท์กลับมาที่กรุงเทพฯ ให้กดหมายเลข 00 ตามด้วย รหัสประเทศไทย 66 รัหสจังหวัดกรุงเทพฯ 2 ตามด้วยหมายเลขปลายทางที่ต้องการ 7 หลัก (00-66-2-xxx-xxxx) หรือจะใช้บริการโอเปอเรเตอร์ โทรศัพท์ระหว่างประเทศ หมุน 115 ต่อสายให้ก็ได้

ห้องน้ำ

          ห้องน้ำสะอาดในตุรกีค่อนข้างหายาก แนะนำให้ใช้ห้องน้ำในห้างสรรพสินค้าหรือภัตตาคาร อาจต้องเสียค่าบริการประมาณ 0.010-0.050 นิวลีร่า แต่ก็ไม่ได้ประกันว่าห้องน้ำจะสะอาด ห้องน้ำตามโรงแรมทั่วไปมีไว้สำหรับแขกที่มาใช้บริการโรงแรม ป้ายห้องน้ำหญิงอาจเขียนว่า Hanim หรือ Bayan ส่วนห้องน้ำชายเขียนว่า Erkek หรือ Bay

ทิป

          ตามภัตตาคาร โรงแรม ร้านเสริมสวย และโรงอาบน้ำ ค่าทิป 10-15% รถรับจ้าง ไม่ต้องทิป (ตามแต่จะให้) คนตุรกีส่วนใหญ่จ่ายค่าทิปมาก เพราะฉะนั้นอย่าตกใจเมื่อเห็นคนพื้นเมืองจ่ายทิปแบบใจป้ำสุดขีด

การแต่งกาย

          แต่งกายตามสภาพอากาศ ควนเตรียมร่มไปในฤดูหนาว เตรียมแว่นกันแดดและหมวกไปในฤดูร้อน การเข้าชมสุเหร่าสำหรับสตรีควรนุ่งห่มเสื้อผ้ามิดชิด ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปิดขาและแขน ควรเตรียมผ้าคลุมศีรษะไปด้วย ส่วนผู้ชายควรหลีกเลี่ยงการนุ่งกางเกงขาสั้น

ช่วงเวลาซึ่งเหมาะแก่การไปเยี่ยมเยือน

          เนื่องจากตุรกีก็มีอาณาเขตกว้างขวางมาก ประกอบกับมี 4 ฤดู ภูมิอากาศเขตต่าง ๆ ในแต่ละช่วงเวลาของปีจึงมีความแตกต่างมาก ขณะที่บางเขตเป็นฤดูร้อน (ร้อนไม่แพ้เมืองไทย) บางแคว้นอาจมีหิมะปกคลุมอยู่ ช่วงเวลาที่อากาศร้อน ได้แก่ เดือนมิถุนายน-กันยายน (ร้อนมากที่สุดคือ เดือน กรกฎาคมและสิงหาคม) เดือนที่เหมาะแก่การไปท่องเที่ยวคือ เดือนเมษายน-พฤษภาคม และเดือนกันยายน-ตุลาคม ส่วนการเล่นสกีในฤดูหนาว คือเดือนธันวาคม-มีนาคม

          การท่องเที่ยวในตุรกีมีมากมายหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นการปีนเขา ชมธรรมชาติ เที่ยวทะเล ดำน้ำ ตกปลา ล่องแก่ง และชมโบราณสถาน ในที่นี้ขอแนะนำนักท่องเที่ยวไทยด้านการท่องเที่ยวโบราณสถานเป็นหลัก

         นครที่เหมาะแก่ะการชมความรุ่งโรจน์ของอารยธรรมในอดีต ได้แก่ อิสตันบูล (Istanbul) กรุงทรอย (Troy) ซึ่งอยู่ใกล้กับชานัคคาเล (Canakkale) และส่วนของอนาโตเลียตอนกลาง ได้แก่ คัปปาโดเจีย (Cappadocia) เกอเรมา (Goreme) เนฟเชฮีร์ (Nevsehir) อูร์กุป (Urgup) Hattushas แคว้นอีเจียน ได้แก่ อิสมีร์ (Izmir) เอเฟซุส (Ephesue) แพร์กามุม (Pergamum) เฮียราโปลิส (Hierapolis) และปามุคคาเล (Pamukkale) อโพรดิซิอัส (Aphrodisias) ส่วนของอันตาเลียและบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ ซิเด (Side) แพร์จ (Perge) อัสเพนโดส (Aspendos) ถ้ำหินย้อย ส่วนอนาโตเลียตะวันออกและแถบทะเลดำ คือ ภูเขาเนมรุต (Mount Nemrut) และ Monastery of Semula ใกล้ทรับโซน (Trabzon)

          มาร์มารา (Marmara)

          เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่ที่สุดในตุรกี ตั้งอยู่ริมฝั่งช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus0 ทิศเหนือจรดทะเลดำ (Black Sea) ทิศตะวันออกติดกับโคจาเอลลี (Kocaeli) และทะเลมาร์มารา (Marmara) ฝั่งตะวันตกติดกับเทคีร์ดาค์ (Tekirdag) และคีร์คลาเรลี (Kirklareli) มีพื้นที่รวมเกาะมาร์มารา (Marmara Island) ซึ่งได้สมญานามว่าเป็นเกาะเจ้าชาย (Princess' Island) 5,712 ตารางเมตร อิสตันบูลเป็นเมืองเดียวของตุรกีที่มีพื้นที่อยู่ใน 2 ทวีป คือ เอเชียและยุโรป ส่วนที่อยู่ในทวีปยุโรปแบ่งออกเป็นอิสตันบูลเก่าและอิสตันบูลใหม่ โดยมีโกลนเดนฮอร์นคั่ยอยู่ (Golden Horn) เป็นทะเลชายฝั่งรูปร่างเว้าเหมือนเขาสัตว์ เมื่อยามอาทิตย์อุทัยและอัสดงแสงจะอาบลำน้ำเป็นประกายระยิบระยับราวทองคำ) เมืองที่ถูกแบ่งแล้วคือสตัมบูล (Stambul) ทางด้านใต้ และกาลาตา (Galata) กับเบโยหลุ (Beyoglu) ทางด้านเหนือ

          ภูมิอากาศได้รับอิทธิพลลมทะเลจากเมดิเตอร์เรเนียน ฤดูหนาวจะไม่หนาวเย็นมาก แต่มีฝนตก ฤดูร้อนอากาศร้อนและแห้ง อุณหภูมิของกลางวันกับกลางคืนไม่แตกต่างกันมาก เฉลี่ยแล้วหิมะตกประมาร 7 วันต่อปี

          แม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลผ่านอิสตันบูล คือ แม่น้ำริวา (Riva) มีปลายทางที่ทะเลดำ และยังมีแม่น้ำอิสทินเย (Istinye Deresi) และบูยุค (Buyuk Menderes) หรือที่รู้จักในชื่อ Maeander) ไหลลงสู่ช่องแคบบอสฟอรัส

          อิสตันบูลเป็นเมืองท่าพาณิชย์ที่สำคัญ มีประชากรทั้งสิ้นราวประมาณ 8,803,468 ล้านคน คนรูจักเมืองนี้ในชื่อ ไบแซนทิอุม (Byzantium) คอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) และอิสตันบูล (Istanbul) ประวัติการก่อตั้งอิสตันบูลไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด แต่มีตำนานเล่าว่า บิซัส (Byzas) แห่งเมการา (Megara) ผู้ค้นพบนครไบแซนทิอุม ในปีเดียวกันที่อะโครดปลิส ได้ก่อตั้งขึ้น (รวา 667 ปีก่อนคริสตกาล)

          ในสมัยกษัตริย์คอนสแตนติน มีการก่อกำแพงล้อมเขา 7 ลูก เพราะพระองค์มีพระประสงค์จะสร้างเมืองยนภูเขา 7 ลูก ให้เหมือนกรุงโรมเขา 6 ใน 7 ลูกอยู่ริมฝั่งโกลเดนฮอร์น ได้แก่

          เขาลูกแรก เป็นที่ตั้งของพระราชวังทอปคาปึ (Topkapi Sarayi) และวิหารเซนต์โซเฟีย (Hagia Sophia Church หรือ St. Sophia Mosque)

          เขาลูกที่สอง เป็นที่ตั้งของสุเหร่าเชมแบร์ลิทัส (Cemberlitas Camii) และนูรูโอส์มานิเย (Nuruosmaniye Camii)

          เขาลูกที่สาม เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอิสตันบูล (Istanbul Universitesi หรือ Istanbul University) และสุเหร่าสุไลมานิเย (Suleymaniye Camii)

          เขาลูกที่สี่ เป็นที่ตั้งของสุเหร่าฟาทิห์ (Fatih Camii)

          เขาลูกที่ห้า เป็นที่ตั้งของสุเหร่าสุลต่านเซลิม (Sultan Selim Camii)

          เขาลูกที่หก เป็นที่ตั้องของพิพิธภัณฑ์เซนต์โครา (Kariya Muzesi หรือ Chora Church Museum) และประตูเอดีร์เน (Edirnekapi)

          เขาลูกที่เจ็ด เป็นที่ตั้งของสุเหร่าโคจามุสตาฟาบาชา (Koca Mustafa Pasa) และบริเวณโดยรอบ

          เวลาที่ใช้ในการเที่ยวอิสตันบูลอย่างน้อยที่สุดคือประมาณ 4 วัน เนื่องจากอิสตันบูลเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนาน  มีสถานที่ที่ควรชมมากมาย ได้แก่ พระราชวังสุเหร่า พิพิธภัณฑ์ และอนุสรณ์สถาน

พระราชวังหลายสมัยที่ควรแก่การเยี่ยมชม ได้แก่

พระราชวังทอปคาปึ (Topkapi Sarayi หรือ TopKapi Palace)  ซาราย แปลว่า พระราชวัง (Palace) สร้างโดยสุลต่านเมห์เหม็ด ผู้พิชิตเมือปี ค.ศ. 1478 ใช้เป็นวังที่ประทับของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมัน ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15-19 จึงย้ายไปพระราชวังโดลมาบาห์เช ภายในมีหมู่อาคารต่าง ๆ มากมาย ส่วนที่จัดแสดงโบราณวัตถุ คือ ห้องครัวขนาดมหึมา จัดแสดงถ้วยชามจีน ตลอดจนของใช้ในครัวที่ทำด้วยโลหะ ตำหนักฤดูร้อน จัดแสดงของมีค่า อาทิ กริชด้ามฝังมรกต 3 เม็ด มรกตเม็ดใหญ่ที่สุด หนัก 3,260 กรัม (ซึ่งเคยนำไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง Topkapi ของผู้กำกับ Jules Dassin ในปี ค.ศ. 1964) นาฬิกาเหรียญตราต่าง ๆ เพชร Spoonmaker หนัก 86 กะรัต เหรียญที่ระลึกจากกษัตริย์ประเทศต่าง ๆ รวมทั้งของไทย ทั้งยังมีห้องสมุดและห้องอาบน้ำกับส้วมโบราณที่กว้างขวาง ส่วนที่คนนิยมเข้าชมมากที่สุดคือ ตำหนักนางใน หรือฮาเร็ม ซึ่งต้องเสียค่าเข้าชมต่างหาก พิพิธภัณฑ์พระราชวังทอปกาปึ เปิดทำการทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น. ยกเว้นวังอังคาร                                                                     

* เกร็ดความรู้ ฮาเร็ม (Harem) เป็นภาษาอาหรับ ส่วนภาษาตุรกี คือ Darussade ในสมัยอัสซีเรีย เป็นยุคที่ผู้ชายมีภรรยามากกว่า 1 คน มุสลิมได้รับธรรมเนียมนี้มา ซึ่งแต่เดิมครอบครัวเติร์กเป็นแบบผัวเดียวเมียเดียว ต่อมาในยุคออตโตมันเติร์ก เมื่อนับถือศาสนาอิสลามจึงรับวัฒนธรรมอาหรับในการมีเมียได้ 4 คนมาด้วย จนกระทั้งอตาเติร์กสั่งให้ยกเลิกไป การมีภรรยามากคนทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากเป็นของปกติ นัสเรดดินยังอดไม่ได้ที่จะมีภรรยาถึง 2 คน และภรรยาทั้งสองก็มักจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันเสมอ ๆ นัสเรดดินจึงไปหาภรรยาคนหนึ่ง และมอบลูกประคำสีฟ้าให้ พลางบอกว่า "ฉันให้ลูกประคำนี้เป็นเครื่องหมายของความรักที่มีต่อเธอ อย่าให้เมียอีกคนรู้ล่ะ" จากนั้นนัสเรดดินก็ไปหาภรรยาอีกคนหนึ่ง และทำแบบเดียวกัน วันหนึ่งเมื่อสองเมียวิวาทกันเพื่อชิงความเป็นคนโปรด นัสเรดดินประกาศว่า "คนที่ฉันรักที่สุดคือคนที่มีลูกประคำสีฟ้า" ภรรยาทั้งสองจึงเงียบไปเลย และเลิกทะเลาะกันตั้งแต่บัดนั้น ชายหลายคนคงอยากมีเมียเยอะแบบนัสเรดดิน แต่อย่าลืมเลียนแบบความมีไหวพริบมาด้วยก็แล้วกัน

พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Sarayi) สร้างสมัยกษัตริย์อับดุลเมจิต (Abdulmecit) ในศตวรรษที่ 19 เป็นพระราชวังหินอ่อนที่มีความผสมผสานระหว่างศิลปะแบบตะวันตกและตะวันออก ตัวอาคารยาว 600 เมตร ตั้งอยู่บนชายฝั่งของช่องแคบบอสฟอรัสฝั่งยุโรป ภายในวังตกแต่งงดงามตระการตา ทั้งเครื่องเรือน พรมและเครื่องแก้ว โดยเฉพาะโคมแชนเดอเลียคริสตัล ขนาดใหญ่หนัก 4 ตันครึ่ง ใช้ไฟถึง 750 ดวง นาฬิกาภายในวังทุกเรือนถูกตั้งเวลา 09.05 น. อันเป็นเวลาที่ประธานาธิบดีมุสตาฟา เคมาล หรือ อตาเติร์ก ถึงแก่อสัญกรรมในวันที่ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1938 ที่วังแห่งนี้ การเข้าชมพระราชวังมีมัคคุเทศก์พาเข้าชมเป็นรอบ ต้องสวมถุงพลาสติกคลุมรองเท้าป้องกันไม่ให้พื้นและพรมโบราณเสียหาย พระราชวังโดลมาบาห์เช แห่งนี้ เปิดทุกวัน เวลา 09.30-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์และพฤหัสบดี

พระราชวังเบย์แลร์เบยี (Beylerbeyi) สร้างในปี ค.ศ. 1865 ช่วงปลายของออตโตมัน โดยสุลต่านอับดุลลาซิส (Abdullaziz) ประสงค์ให้เป็นพระราชวังฤดูร้อนและที่ประทับแรมขณะออกล่าสัตว์ จังไม่มีระบบทำความร้อน ตั้งอยู่ฝั่งเอเชีย ตัวพระราชวังเป็นหินอ่อนสีขาว สร้างในแบบเดียวกับพระราชวังโดลมาบาห์เช ประกอบด้วยห้อง 24 ห้อง และห้องโถง 6 ห้อง นอกจากนี้ วังยังมีสวนดอกแมกโนเลียสวยงามมาก พระราชวังเบย์แลร์เบยีแห่งนี้ เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.30-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์และพฤหัสบดี

สุเหร่า

สุเหร่าทุกแห่งเป็นการจำลองบ้านของศาสดามูฮัมหมัดในเมืองเมดินะห์ เป็นลักษณะกระท่อมล้อมรอบสนาม มีที่ให้สวดมนต์ ที่พบปะ และที่พักสำหรับคนจรจัด หลังจากที่ศาสดามูฮัมหมัดเสียชีวิต (ในปี ค.ศ. 632) บ้านก็ได้กลายเป็นสุสานฝังศพ ศตวรรษที่ 11 มีการสร้างสุเหร่าแบบเดิมในประเทศเขตร้อน ส่วนประเทศที่อากาศหนาวเย็นมีการสร้างสุเหร่าแบบปิด (Closed Mosquea) ในยุคออตโตมัน มีการทำหลังคาสุเหร่าแบบโค้ง ซึ่งนิยมมากในสมัยสุลต่านสุไลมาน และสถาปนิกผู้ออกแบบสุเหร่าส่วนใหญ่ในอิสตันบูล คือ มิมาร์ โกคา ซีนัน มิมาร์ โกคา ซีนัน (Mimar Koca Sinan) เป็นสถาปนิกเลื่องชื่อในการออกแบบสุเหร่าแบบมีหลังคาโค้ง จุดเด่นของหลังคาโค้งเพื่อให้เสียงภายในก้องกังวาน ทำให้การละหมาดไม่ต้องพึ่งเครื่องขยายเสียงมากนัก (ลองทดสอบเสียงก้องได้โดยการปรบมือในสุเหร่า)

สุเหร่าในอิสต้นบูล แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สุเหร่าหลวง และสุเหร่าราษฎร์

สุเหร่าหลวง มีการออกแบบอย่างวิจิตรตระการตา มีหอบัง (คือ หอเรียกสวด-Minaret) หลายหอ ภายในสุเหร่ามีที่ให้สุลต่านและนางในฮาเร็มละหมาดและสวดมนต์โดยเฉพาะ สนามหญ้าและด้านนอกเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์และราชวงศ์ สนามด้านนอกล้อมรอบด้วยสิ่งก่อสร้างที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชน เช่น โรงเรียนสอนกุรอ่าน ห้องสมุด โรงพยาบาล โรงอาบน้ำ และครัวสาธารณะ

สุเหร่าราษฎร์ มีขนาดเล็กกว่า มักมีหอบังเดียว ประกอบด้วยห้องโถงสวดมนต์ กับสนามหน้าขนาดเล็กหรือห้องรับรอง และกุโบ หรือสุสานของผู้บริจาคเงินสร้างสุเหร่า

การเข้าเยี่ยมสุเหร่าต้องถอดรองเท้า ช่วงที่อากาศเย็นควรเตรียมถุงเท้าไปด้วย สุเหร่ายอดนิยมในอิสตันบูล มีดังต่อไปนี้

 

 

 

 ช้อปปิ้งในอิสตันบูล

          แต่เดิมย่านขายของทั่วไปเป็นที่นิยมของคนตุรกี จนในปี ค.ศ. 1995 มีการเปิดตัวห้างสรรพสินค้าใหญ่น้อยมากมายทั้งฝั่งเอเชียและยุโรป ภายในอาคารมักมีซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่และร้านเล็กร้านน้อย มีเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่มีห้างใหญ่อยู่ด้วย เวลาทำการคือ 10.00-22.00 น.                              

ฝั่งยุโรป จัตุรัสทักซิม (Taksim)

ใจกลางจัตุรัสแห่งนี้มีอนุสาวรีย์แห่งการประกาศอิสรภาพและการรวมชาติของอตาเติร์ก ผลงานของศิลปินชาวอิตาเลียน ปิแอรโตร คาโนนิคา (Pietro Canonica) บริเวณรอบจัตุรัสเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่คึกคักเสมอ เป็นที่นิยมของคนพื้นเมืองและชาวต่างชาติมีรถรางแล่นเป็นแนวขนานกับถนนตลอดสาย เมื่อเข้าไปตามถนนช้อปิ้งซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านอาหารนานาประเภท ร้านขายของเก่า และสินค้าทันสมัยปะปนกันอย่างกลมกลืนและมีเสน่ห์ จะพบจัตุรัสทูแนล (Tunel) ซึ่งเป็นแหล่งขายของเก่า และรถไฟใต้ดินสายแรกของยุโรป เป็นสายสั้น สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1871 ปัจจุบันยังใช้เป็นทางคมนาคมระหว่างทูแนล และคาราเคย (Karakoy) นอกจากนี้ยังมีศูนย์วัฒนธรรมจัดแสดงคอนเสิร์ตต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างในช่วงฤดูร้อน

เอมิเนอนิ (Eminonu) หรือ ตลาดอียิปต์ (Misir Carsisi หรือ Egyptian Market หรือ Spice Market)

ตลาดที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 รูปร่างคล้ายตัวแอล (L) ทอดยาวไปถึงสุเหร่าเยนิ อยู่ใกล้สะพานกาลาตา เป็นแหล่งขายส่ง มีทั้งของกิน ของเล่น และเสื้อผ้าเดินเพลินเหมือนเดินสำเพ็ง นอกจากนี้ยังมีตลาดเครื่องเทศ ขายเครื่องเทศ ผลไม้แห้ง ถั่ว ชีส น้ำมันมะกอก ฯลฯ ใกล้ตลาดเครื่องเทศมีขายต้นไม้และนก สาว ๆ เดินแถวนี้ให้ระวังโดนจับก้นด้วย ตลาดนี้เปิดตั้งแต่ 08.00-10.00 น.

ตลาดในร่ม (Kapali Carsisi หรือ Covered Bazaar) หรือ แกรนด์บาซาร์ (Grand Bazaar)

เป็นตลาดเก่าแก่ สร้างครั้งแรกในสมัยสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 เมือปี ค.ศ. 1461 ตลาดนี้กินเนื้อที่กว่า 2 แสนตารางเมตร ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 4,000 ร้าน ขายของสารพัด ตั้งแต่ ทองหยอง เครื่องประดับ พรม เครื่องเงิน กระเบื้อง เครื่องทองแดง ทองเหลือง สินค้าหัตถกรรม ของที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงตั้งราคาสินค้าเอาไว้ค่อนข้างสูง ควรต่อรองราคาให้มากเข้าไว้ ร้านค้าส่วนมากเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวล 07.00-19.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์

 

 

 

 







If you are finding the first class traveling company that impresses you by warm welcome , high class service and the experience traveling that you never get. Please contract us.
Paradise on earth travel